วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553

มาดูแล"ผม" (กัน) เถอะ

1. อย่าทำอะไรกับผมมากเกินไป
ซึ่งโดยปกติเวลาที่เราไปเข้าร้านทำผม ช่างมักจะเสนอนู่นนี่นั่นให้กับเรา สารพัด จะดัด ยืด อบไอน้ำ(อันเนี่ยะประจำ) ทำสี ทำทรีทเมนต์มากมายหลายสิ่ง แต่พึ่งระลึกไว้เสมอว่า ผมสวยแบบธรรมชาตินี่แหล่ะทำให้คนอิจฉา พยายามหาทรงผมที่เข้ากับใบหน้าแค่นั้นก็แจ่มแล้วค่ะ
2. อย่ามองข้ามเรื่องของการหวี
ควรเลือกใช้หวีซี่ห่าง เพราะหวีซี่ถี่ๆเล็กๆ จะมีส่วนทำให้เกล็ดผมฉีกและหนังศีรษะถลอกได้ เป็นไปได้ควรใช้หวีที่เคลือบสาร Teflon เหมือนสารเคลือบกระทะก็จะดีที่สุดนะคะ
3. เลือกแปรงก็เช่นกัน
แปรงหวีผมที่ดีควรจะมีช่องว่างระหว่างซี่ที่พอเหมาะ ไม่ห่างเกินไปไม่ถี่เกินไป และควรที่จะมีเม็ดพลาสติกกลมๆบนปลายซี่หวีแต่ละซี่เพื่อช่วยถนอมหนังศีรษะ ไม่ให้ถูกเสียดสีแรงเกินไปเวลาหวี
4. ไม่ควรหวีผมขณะที่ผมยังเปียก
เส้นผมเปียกคือช่วงเวลาที่ผมอ่อนแอมากที่สุด อาจจะขาดร่วงได้ง่าย ถ้าอยากจัดผมให้ดูเรียบไม่พันกันก็เพียงแค่ใช้นิ้วมือสางๆ จากโคนผมมาปลายผมก็เพียงพอแล้ว
5.ตัดเส้มผมส่วนที่เสียทิ้ง
สาวๆส่วนใหญ่ไม่ชอบที่จะตัดผมส่วนที่เสียออกไป เพราะว่าเสียดายความยาวหรืออาจจะกลัวดูไม่สวย ซึ่งอย่ากังวลไปเลยค่ะ เส็นผมก็เหมือนเล็กตัดแล้วก็ยาวใหม่ได้ แล้วอันที่จริงผมเสียๆก็ไม่ได้มีประโยชน์และอาจจะบดบังเสน่ห์ของคุณด้วยนะจะบอกให้
6.ไม่ควรหนีบหรือไดร์ด้วยความร้อนบ่อยๆ
ใครที่กลัวผมงอ ผมกระดก เราแนะนำให้หวีเอาเรื่อยๆทุกๆวันวันละ 4-5 ครั้งดีกว่าค่ะ เพราะยิ่งคุณทำร้ายผมด้วยการหนีบหรือไดร์ด้วยความร้อน ก็จะยิ่งทำให้ผมคุณเสียไม่มีน้ำหนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
7.ใช้ครีมนวด ทรีทเมนท์ หรือซีรั่มบ้าง
การใช้ครีมนวดหรือทรีทเมนต์จะช่วยเคลือบ ฟื้นฟู และบำรุงให้ผมแข็งแรงขึ้น ซึ่งก็ต้องดูสภาพผมของคุณด้วยนะคะว่าเหมาะกับครีมนวดหรือทรีทเมนต์แบบไหน แพ้หรือเปล่า เพราะบางคนอาจจะใช้ครีมนวดแล้วทำให้ผมร่วงได้ ก็เลี่ยงไปใช้ทรีทเมนต์หรือซีรั่มบำรุงแทน

ทำสีผมอย่างไรให้สวย

1.อย่าทำสีผมที่อ่อนหรือเข้มเกินกว่า 2 ระดับจากสีผมธรรมชาติ
โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นนักเรียนนักศึกษาหรือสาวออฟฟิศก็ควรระวังอย่าทำสีผมให้สีเข้มหรืออ่อนเกิน 2 ระดับจากสีผมธรรมชาตินะคะ

2.อย่าเดาสีผมหลังทำสีผมที่เห็นจากรูปหน้ากล่อง
กล่องน้ำยาทำสีผม เช่น โชว์สีบลอนด์ น้ำตาล ดำและแดง แต่เชดสีที่ได้ออกมาก็จะเป็นสีอ่อน สีกลาง สีเข้มตามระดับของสีผมเดิม

3.ผมคุณเป็นแบบร้อนหรือแบบเย็น
คนที่ควรทำสีผมโทนสีร้อนๆ ลักษณะสีผิวของคุณน่าจะมีผิวสีเข้ม
คนที่ควรทำสีผมโทนสีเย็น ผิวของคุณควรมีสีอ่อนๆ มีตาสีน้ำเงินหรือเขียว

4.เลือกสีอย่างไรให้โอเค
ถ้าคุณเลือกทำสีผมเป็นสีโทนร้อน ที่ส่วนมากจะออกเป็นสีน้ำตาลและทอง หรือโทนออกแดงก็ได้ค่ะ
ถ้าคุณเลือกทำสีผมเป็นสีโทนเย็น ทำสีผมสีบรอนด์อ่อนและสีน้ำตาลอ่อนดีที่สุด

5.อย่าทำสีผมสีเข้ม
พยายามทำสีผมให้ออกเทาๆหรือเป็นสีอ่อนๆ หากว่าคุณต้องการปิดผมขาว

วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553

เปลี่ยนทรงผมอย่างไรให้เข้ากับใบหน้า

1.ก่อนเปลี่ยนทรงผมควร ตระหนักถึงรูปหน้าคุณก่อนอื่นใด ว่าใบหน้าของคุณนั้นเป็นรูปไข่ รูปกลม หรือรูปเหลี่ยม บานหรือใหญ่ แก้มยุ้ยหรือตอบขนาดไหน โดยไปยืนหน้ากระจกบานใหญ่ๆเลยค่ะ แล้วเอาสบู่ ชอล์ก หรือลิปสติก มาวาดตามรูปหน้าคุณลงไปบนกระจก ที่นี่ก็จะเห็นความเล็กใหญ่ของใบหน้าที่แท้จริงของคุณกันล่ะ

2.ก่อนเปลี่ยนทรงผมก็ควรดูสภาพผมของตัวเองด้วยว่าเป็นอย่างไรนะคะ ผมตรง ผมดัด ผมเส้นเล็ก เส้นใหญ่ ผมทำสีหรือเปล่า ผมสีดำสนิท

3.เช็คสภาพผมก่อนเปลี่ยนทรงผมด้วยว่าผมแห้ง ผมมัน ผมธรรมดา หรือทั้งมันและแห้ง ที่นี่ก็เลือกทรงผมได้แล้วค่ะ ถ้าจะให้ดีขอแนะนำว่าควรสะดวกต่อการดูแลด้วยนะคะ

ทรงผมมาแรง 2010

1. ทรงแรก ทรงผมมาแรงยอดอมตะนิยมฮิตตลอดกาล นั่นคือทรงน้องเปียค่ะ น้องเปียนี่ไม่ใช่ถักมาแบบเปียเป็นแม่สาวพจมาน สว่างคาวง เอ้ย! สว่างวงศ์ นะคะ แต่เป็นการเปียแบบเก๋เก๋ เช่นเปียแบบ french braid หรือการถักเปียด้านข้าง และด้านหน้า จะทำคู่กับทรงผมมาแรงลอนใหญ่ๆคลายๆก็ดูเก๋ หรือจะคู่กับทรงผมมาแรงตรงยาวสลวยอันนี้ก็ดูเก๋ตลอดกาล

2. ทรงผมมาแรงยาวดัดเป็นลอนแบบย้อนยุคไปประมานปี 70 อันนี้ขอคอนเฟิร์มว่า ปีนี้ทรงผมมาแรงทรงนี้ เกิด เกิด เกิด เกิด เกิด อย่างแน่นอน

3.แต่ทรงผมมาแรงแบบสั้นที่ว่านี่ไม่ใช่อยู่ๆก็มาตัดสั้นเทียมติ่งหูแล้วเอากะลามาครอบให้เท่ากันนึกว่าตัวเองเป็นเด็กสาวคอซองมัธยมต้นนะจ๊ะ แต่ทรงผมมาแรงแบบสั้นที่จะเข้าเทรนด์ปีนี้ต้องเป็นทรงผมมาแรงที่สั้นแบบ pixie cut เท่านั้น ที่เป็นทรงผมมาแรงซอยสั้นแบบสั้น เฉี่ยว เก๋ จะไม่เซตก็ดูเซอร์